- ผักส่วนใหญ่ไม่ชอบน้ำประปา แต่ถ้าไม่มีน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ก็รดด้วยน้ำประปาได้ แต่ควรหาถังสำหรับพักน้ำไว้รองน้ำประปาเก็บไว้ก่อนจะนำมารดผัก
- ภาชนะที่นำมาปลูกนั้นอาจเป็นวัสดุเหลือใช้แล้ว เช่น กะละมัง บล็อกซีเมนต์ ยางรถยนต์เก่า ถุงเพาะชำ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ แต่ก็ควรคิดถึงรากผักด้วยว่าหยั่งลึกแค่ไหน
- ปลูกผักในภาชนะโดยหว่านแล้วถอนแยก หรือหยอดเป็นแถวแล้วถอนแยก จากนั้นปักชำด้วยต้นและหัว
- ผักที่เก็บได้หลายครั้ง เช่น พริก มะเขือ กะเพรา แมงลัก โหระพา สะระแหน่ เป็นพืชรากไม่ลึก ถ้าเพาะชำในถุงเพาะชำขนาดเหมาะสม ก็จะปลูกกินได้ตลอดปี เพราะดิน 1 ถุงมีธาตุอาหารมากพอให้ผักเติบโต ให้ผลผลิตได้นาน
- ปลูกพืชผักให้หลากหลาย และปลูกตามฤดูกาลในท้องถิ่น เป็นการลดการปลูกพืชผักนอกฤดูกาลที่ต้องใช้พลังงานเพื่อถนอมอาหาร และผ่านกระบวนการบรรจุเป็นอาหารกระป๋องจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้
- พื้นปูนจะได้รับความร้อนมากตอนกลางวัน และแผ่กระจายความร้อนไปยังพืชผักได้ ควรใช้วัสดุปูพื้นกันความร้อน เช่น กระสอบ แล้วใช้กาบมะพร้าวปูทับอีกชั้น หรือใช้วัสดุมีขายกกระถางหรือกระบะให้ลอยเหนือพื้น
- ดาดฟ้าที่มีระเบียงกันตกจะมีลมพัดแรง ผักที่ปลูกในกระบะหรือกระถางเล็กๆ จะต้องยึดพื้นให้มั่นคง และควรเลือกต้นไม้ที่ปลูกไม่ให้สูงมากจนเกินไป เพื่อไม่ให้ลมดีจนเอนด้วยค่ะ
« หลังคาเปลี่ยนสี..ลดการใช้พลังงานในบ้าน การวิเคราะห์เว็บ ด้วย Google Analytics »

